Showing posts with label โทรทัศน์. Show all posts
Showing posts with label โทรทัศน์. Show all posts

Wednesday, August 3, 2011

ประวัติความเป็นมาโทรทัศน์ในประเทศไทย

ประวัติความเป็นมาโทรทัศน์ในประเทศไทย



ประเทศไทยเริ่มมีการแพร่ภาพโทรทัศน์เมื่อ 3 มีนาคม พ.ศ. 2491 โดย บริษัท ไทยโทรทัศน์ จำกัด แพร่ภาพทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวี ช่อง 4 ผ่านระบบโทรทัศน์ขาวดำจากวังบางขุนพรหม (ปัจจุบันเป็นโมเดิร์นไนน์ ทีวี) ต่อมามีการพัฒนาเป็นระบบโทรทัศน์สี ซึ่งสถานีโทรทัศน์สีแห่งแรกของไทย คือ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 เริ่มแพร่ภาพครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2510 สำหรับ สถานีโทรทัศน์แห่งชาติ คือ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ / เอ็นบีที) เริ่มแพร่ภาพครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2531 สำหรับ สถานีโทรทัศน์สาธารณะ คือ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เริ่มแพร่ภาพครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2551 และในอนาคตตั้งเป้าว่าจะมีแผนการจัดตั้งสถานีโทรทัศน์แบบฟรีทีวีเพิ่มขึ้นอีก 3 ช่องดังต่อไปนี้

    สถานีโทรทัศน์ไทยสยามทีวี เริ่มแพร่ภาพครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2555 (ภายไต้การกำกับดูแลของกรมประชาสัมพันธ์)
    สถานีโทรทัศน์เจเคเอส เริ่มแพร่ภาพครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2556 (สถานีโทรทัศน์เสรี)
    สถานีโทรทัศน์อีทีวี เริ่มแพร่ภาพครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2557 (สถานีโทรทัศน์เพื่อการศึกษา)

การส่งโทรทัศน์ในระบบ VHF และ UHF ในประเทศไทย

    สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 - VHF Band-1 ช่อง 3 (ปัจจุบันออกอากาศในระบบ UHF Band-4 ช่อง 32และระบบ Band-5 ช่อง 60)
    สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก - VHF Band-1 ช่อง 5 (ในอนาคต เพิ่มช่องทาง คือการออกอากาศระบบ UHF Band-5 ช่อง 55 ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556)
    สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 - VHF Band-3 ช่อง 7
    สถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ทีวี - VHF Band-3 ช่อง 9 (ในอนาคต เพิ่มช่องทาง คือการออกอากาศระบบ UHF Band-5 ช่อง 58 ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555)
    สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย - VHF Band-3 ช่อง 11 (ปัจจุบันยังมีสถานีโทรทัศน์เครือข่ายส่วนภูมิภาคออกอากาศเองได้ด้วย)
    สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส - UHF Band-4 ช่อง 29 (รับช่วงในการส่งสัญญาณต่อจากไอทีวีและทีไอทีวี)

คลื่นความถี่ที่ถูกส่งในประเทศไทย

    VHF มีจำนวน 11 ช่อง คือ ช่อง 2-12 (โดยแบ่งกัน 2 ลักษณะ คือความถี่ต่ำ คือ ช่อง 2-4 และ ความถี่สูง คือ ช่อง 5-12)
    UHF มีจำนวน 40 ช่อง คือ ช่อง 21-60

ตัวเลขที่ถูกบังคับให้ส่งคลื่น

    VHF มีจำนวน 12 ช่อง คือ ช่อง 1-12 บางกรณีอาจถึง 13 ช่อง คือจนถึงช่อง 13 นั้นเอง (บางครั้งก็ใช้ตัวอักษรโรมัน เรียกการส่งคลื่นในบางประเทศ)
    UHF มีจำนวน 72 ช่อง คือ ช่อง 13-84 บางกรณีอาจเริ่มตั้งแต่ช่อง 14 เพราะฉะนั้นมาตรฐานอาจจะเหลือเป็น 71 ช่อง

ทั้งนี้ทั้งนั้น บางประเทศอาจส่งโทรทัศน์มากกว่ามาตรฐานก็ว่าได้ ยกตัวอย่างเช่น มีบางประเทศอาจจะส่งโทรทัศน์ในระบบวีเอชเอฟตั้งแต่ช่อง 1 ถึงช่อง 18 และระบบยูเอชเอฟตั้งแต่ช่อง 19 ถึงช่อง 72 เป็นต้น และระบบทั้ง 2 เป็นช่องส่งสัญญาณโทรทัศน์ที่กำหนดได้แน่นอนที่สุด แม้จะออกอากาศ โดยใช้เสาอากาศภาคพื้นดิน

คลื่นความถี่ส่ง

แบ่งเป็น 3 ประเภทดังนี้

ประเภทเครื่องส่งกับเสาอากาศภาคพื้นดิน

    ระบบวีเอชเอฟ
    ระบบยูเอชเอฟ

ประเภทเครื่องส่งกับดาวเทียม

    ระบบอีเอชเอฟ สำหรับผ่านดาวเทียม

ประเภทอื่น

    เคเบิลทีวี ใช้กับสายไฟเบอร์ออฟติกและดาวเทียม

ประเภทของโทรทัศน์

ขนาดภาพของโทรทัศน์ส่วนใหญ่ที่ส่งมาตามบ้านมักจะมีขนาดเล็กมากกว่าจอ โทรทัศน์ทั่วไป ขนาดของโทรทัศน์ที่แสดงในตารางเป็นขนาดอย่างน้อยที่สุดที่ภาพจะไม่ถูกบีบอัด ให้เล็กลง โดยทั่วไปมักใช้ SDTV ที่ภาพมีขนาดพอดีกับ 8 นิ้วแต่ภาพก็จะมาถูกขยายให้ใหญ่เท่ากับขนาดของโทรทัศน์ที่อยู่ตามบ้านซึ่ง อาจอยู่ที่ 14-28 นิ้ว ส่วนโทรทัศน์ตั้งแต่แบบ HDTV ขึ้นไปจะเป็นการส่งสัญญาณภาพที่มีขนาดใหญ่มากกว่าเพื่อความชัดของภาพ และโดยทั่วไปมักใช้โทรทัศน์ขนาด 32 นิ้วขึ้นไปในการรับชมแบบความละเอียดสูง ถ้าโทรทัศน์ตามบ้านมีขนาดเล็กกว่าขนาดของภาพที่ส่งมา ภาพก็จะถูกบีบอัดให้เล็กลงตามขนาดของโทรทัศน์ ดังนั้นโทรทัศน์ที่เหมาะสมกับระดับ HDTV ขึ้นไปควรมีขนาดอย่างน้อยที่สุดดังในตาราง
ชื่อ ขนาด อัตราส่วน อักษรย่อ ขนาดของโทรทัศน์
Low Definition Television 320 × 240 4 : 3 LDTV (240p) 6 นิ้ว
Standard Definition Television 640 × 480 4 : 3 SDTV (480p) 8 นิ้ว
High Definition Television 1920 × 1080 16 : 9 HDTV (1080p) 25 นิ้ว
Extreme High Definition Television 2560 × 1440 16 : 9 EHDTV (1440p) 45 นิ้ว
Quad Full High Definition Television 3840 × 2160 16 : 9 QHDTV (2160p) 50 นิ้ว
Ultra High Definition Television 7680 × 4320 16 : 9 UHDTV (4320p) 100 นิ้ว
  • ปัจจุบันมีการแพร่ภาพอยู่ 2 ประเภท คือ ความละเอียดมาตราฐาน (SDTV) กับ ความละเอียดสูง (HDTV)
  • เนื่องจากโทรทัศน์ในยุโรปส่วนใหญ่เป็น 16:9 เกือบทั้งหมดฉะนั้นจึงออกอากาศภาพแบบ 16:9 มาตั้งแต่ พ.ศ. 2540 แต่ยังคงเป็นโทรทัศน์ความละเอียดมาตราฐานจนถึง พ.ศ. 2550
  • โทรทัศน์ความละเอียดสูงทั่วโลกเริ่มแพร่หลายตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2550 และใช้ขนาดภาพ 16:9 เท่านั้น
  • UHDTV เป็นโทรทัศน์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตแต่ปัจจุบันมีการออกอากาศที่ ประเทศญี่ปุ่น เป็นที่เดียวในโลกของสถานีโทรทัศน์ เอ็นเอชเค โดยเรียกว่า Super-Hi Vision

ที่มา: http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A8%E0%B8%99%E0%B9%8C

Monday, August 1, 2011

ประวัติความเป็นมาโทรทัศน์


โทรทัศน์ เป็นระบบโทรคมนาคมสำหรับการกระจายและรับภาพเคลื่อนไหวและเสียงระยะไกล คำนี้ยังหมายถึงรายการโทรทัศน์และการแพร่ภาพอีกด้วย คำว่าโทรทัศน์ในภาษาไทย มีที่มาจากคำในภาษาอังกฤษ คือ television ซึ่งเป็นคำผสมจากคำกรีก tele- ("ระยะไกล" — โทร-) และ -vision ที่มาจากภาษาละติน visio ("การมองเห็น" — ทัศน์) มักเรียกย่อเป็น TV (ทีวี) โทรทัศนขาว-ดำเครื่องแรกของโลก ที่ถูกสร้างขึ้นในปีพ.ศ. 2468 เป็นผลงานการประดิษฐ์ของจอห์น ลอกกี้ เบรียด ชาวสกอตแลนด์



"โทรทัศน์" ถือกำเนิดมาเมื่อ 79 ปีก่อนแล้วก็กลายเป็นหนึ่งในสื่อที่ทรงอิทธิพลสูงสุดต่อการเปลี่ยนแปลง
วิถีชีวิตของมนุษย์ตั้งแต่วันแรกที่ถือกำเนิดมาตราบจนกระทั่งถึงทุกวันนี้




ผู้ที่คิดค้นโทรทัศน์เครื่องแรกของโลกคือ ฟีโล เทย์เลอร์ ฟาร์นสเวิร์ธ
 ชาวอเมริกัน ส่วน เอลมา การ์ดเนอร์ ฟาร์นสเวิร์ธ นั้นเป็นภรรยาของนักประดิษฐ์คิดค้นผู้นี้ ที่ผู้เป็นสามีให
้เครดิตว่าเป็นทั้งผู้ผลักดัน และต่อสู้กับสิทธิในการคิดค้น
จนสามารถเรียกได้ว่า "เป็นผู้ร่วมคิดค้นโทรทัศน์"
เครื่องแรกของโลกร่วมกับเขา

ฟีโล ฟาร์นสเวิร์ธ เสียชีวิตไปเมื่อ ปี 2514 ส่วน เอลมา
 เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมาด้วยวัย 98 ปี ข้อเขียนชิ้นนี้จึงเป็นเสมือนการรำลึกถึงบุคคลทั้งสองในฐานะ
นักประดิษฐ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดผู้หนึ่งของศตวรรษที่ผ่านมา ตามคำยกย่องของ
"ไทม์"
นิตยสารรายสัปดาห์ระดับโลกของสหรัฐอเมริกา


เอลมา ซึ่งแต่งงานกับ ฟีโล ที่เธอเรียกว่า "ฟิล" เมื่อปี 2469 ทั้งคู่ทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กันในห้องทดลองที่เขต ฟอร์ต
 เวย์น นครซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา
1 ปีให้หลัง วันที่ 7 กันยายน 2470 เมื่อฟิล ซึ่งขณะนั้นอายุเพียง 21 ปี สามารถส่งสัญญานภาพในรูปของเส้นหลายๆ เส้นจากเครื่องส่งที่คิดค้นขึ้นในห้องหนึ่งไปยัง
เครื่องรับที่อยู่ในห้องถัดไปได้สำเร็จ

"นี่ไงล่ะของคุณโทรทัศน์อีเลคทริค (electrica television)!"
 คือคำอุทานของ ฟิล กับภรรยาในเวลานั้น


เอลมา เคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ว่า แนวความคิดเรื่องการส่งสัญญาณภาพเป็นเส้นไปยังเครื่องรับนั้น เกิดขึ้นในห้วงความคิดของ ฟีโล ฟาร์นสเวิร์ธ ก่อนหน้าที่จะคิดค้นได้สำเร็จถึง 7 ปี ตอนนั้นเขายังอายุแค่ 14 ปี เป็นนักเรียนมัธยมที่ต้องขี่ม้าไปเรียนหนังสือที่โรงเรียน
ที่ใกล้ที่สุดซึ่งอยู่ห่างจากไร่ของตนเองไปถึงราว 7 กิโลเมตร

เขากำลังไถร่องเป็นแนวยาวในไร่เพื่อใช้ปลูกมันฝรั่ง ความคิดวาบขึ้นในสมองของเขาว่าเขาสามารถใช
้เส้นแนวนอนทำนองเดียวกันนี้ไปสร้างภาพขึ้นบนหลอด
เครื่องรับด้วยวิธีการเดียวกันกับการไถ่ร่องมันฝรั่งนั่นเอง


การสาธิตการรับ-ส่งโทรทัศน์ในยุคแรกๆ



ส่วนแนวความคิดในการสร้างหลอดสำหรับส่งสัญญาณนั้น
เขาคิดได้ตั้งแต่เรียนมัธยม และเขียนเป็นแบบไว้ให้กับ
 จัสติน โทลแมน ครูสอนวิชาเคมีของเขา ซึ่งฟิลยกย่องว่าเป็นผู้ให้ความรู้ที่จำเป็นและเป็นแรงบันดาล
ใจให้การคิดค้นของตนสำเร็จได้

ภาพของมนุษย์ภาพแรกสุดที่ ฟิล ฟาร์นสเวิร์ธ ส่งเป็นสัญญาณโทรทัศน์ไปยังเครื่องรับเมื่อวันท
ี่ 19 ตุลาคม 2472 คือ ภาพของ เอลมา กับ
 คลิฟฟ์ การ์ดเนอร์ น้องชายของเธอ
ดังนั้น นอกจากจะได้ชื่อว่าเป็นผู้ร่วมคิดค้นโทรทัศน์เป็น
เครื่องแรกของโลกแล้ว เอลมา ยังได้ชื่อว่าเป็น "ผู้หญิงคนแรกที่ปรากฏตัวในโทรทัศน์" อีกด้วย



แต่เครดิตในฐานะผู้คิดค้นโทรทัศน์เกือบจะไม่ตก
เป็นของสองสามีภรรยา ฟาร์นสเวิร์ธ อย่างที่ควรจะเป็น
เมื่อบริษัท อาร์ซีเอ (เรดิโอ คอร์ปอเรชั่น ออฟ อเมริกา)
 อ้างว่า โทรทัศน์นั้นคิดค้นโดย วลาดิเมียร์ ซวอรีกิน หัวหน้าแผนกวิศวกรรมโทรทัศน์ของบริษัท เอลมาต่อสู้อย่าง
ดุเดือดในศาล กระทั่งในปี 2478 ศาลจึงตัดสินเป็นที่สุดให้ยกสิทธิบัตรนี้ให้กับฟาร์นสเวิร์ธ


ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับนักประดิษฐ์คนสำคัญผู้นี้ก็คือ
 ในราวปี 2500 ในยุคที่โทรทัศน์ยุคแรกออกอากาศแล้ว
ฟีโล ฟาร์นสเวิร์ธ กลับไม่ชื่นชอบกับสิ่งที่ปรากฏอยู่บนจอ
ของสิ่งประดิษฐ์ของเขามากนัก เขาเคยบอกในระหว่าง
การออกอากาศทางโทรทัศน์แบบ
ไม่เปิดเผยตัว (ใช้ชื่อ ดร.เอ็กซ์) ว่า เขาเคยคิดค้นสิ่งที่สร้างความเจ็บปวดให้ตัวเองอย่างถึงที่สุดมาแล้ว


เครื่องรับโทรทัศน์ของฟาร์นสเวิร์ธในปี 2490



เคนต์ บุตรชายของ ฟิล อธิบายถึงความรู้สึกของผู้เป็นบิดาไว้ว่า "พ่อรู้สึกเหมือนกับว่าได้สร้างปีศาจร้ายตัวหนึ่งขึ้นมา สร้างวิถีที่ทำให้คนเราต้องสูญเสียเวลามหาศาลของชีวิต
ไปกับมัน"

เขาเล่าด้วยว่าตลอดเวลาที่ยังเป็นเด็กนั้น ผู้เป็นบิดามักบอกเสมอว่า "ไม่มีอะไรมีคุณค่าเลยในโทรทัศน์ เราต้องไม่เอามันเข้าบ้าน และฉันไม่ต้องการให้มันเข้ามาอยู่ในหัวสมองของแกด้วย"
นีล โพสต์แมน ศาสตราจารย์วิชา นิเวศวิทยาของสื่อ ในมหาวิทยาลัยแห่งนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาสรุปเอาไว้น่าฟังว่า

ฟิโล เทย์เลอร์ ฟาร์นสเวิร์ธ นอกจากจะเป็นคนแรกที่สร้างโทรทัศน์ขึ้นมาแล้ว ยังเป็นนักวิจารณ์รายการโทรทัศน์คนแรกๆ ของโลกอีกด้วย 


ที่มา: 
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A8%E0%B8%99%E0%B9%8C
http://www.oknation.net/blog/bill125/2008/10/22/entry-1